3 กลุ่มอาหารที่ช่วยให้ฟันแข็งแรง

0
175
views
3 อาหารที่ช่วยให้ฟันแข็งแรง

ทราบกันหรือไม่คะ ว่า “ฟัน” คือ อวัยวะที่แข็งแรงที่สุดในร่างกาย และแข็งแรงมากกว่ากระดูก  ฟันทำหน้าที่ในการบดเคี้ยวอาหาร ช่วยให้อาหารที่เรารับประทานเข้าไปถูกย่อยเป็นพลังงานได้ง่ายขึ้น ลดภาระการทำงานของกระเพาะและลำไส้  ช่วยลดปัญหาท้องอืดจากภาวะอาหารไม่ย่อยได้

ที่สำคัญ คือ ฟันแต่ละซี่มีชีวิต และสามารถรับความรู้สึกได้เพราะภายในตัวฟันชั้นในสุดจะมีโพรงประสาทมากมายคอยรับความรู้สึก และยังมีหลอดเลือดไปหล่อเลี้ยงเหมือนอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย  ซึ่งโดยปกติในวัยเด็ก เราจะมีฟันน้ำนมอยู่แค่ 20 ซี่ เมื่อโตขึ้นมารากฟันน้ำนมก็จะค่อยๆสลายตัว จนตัวฟันหลุดล่วงไปเกิดเป็นฟันตัวใหม่ขึ้นมาเราเรียกว่า “ฟันแท้”

ฟันแท้ จะเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่อายุตั้งแต่ 6 ขวบขึ้นไป และจะขึ้นเรื่อยๆจนมีฟันแท้ครบทั้งหมด 32 ซี่ โดยฟันแท้ซี่แรกที่เกิด คือ ฟันกรามล่างซี่ที่ 1  เป็นฟันแท้ที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดว่าฟันกรามที่เกิดขึ้นใหม่นี้เป็นฟันน้ำนม จึงไม่ได้ใส่ใจในการดูแลสุขภาพฟันเท่าที่ควร ทำให้เกิดปัญหาฟันผุตามมา การดูแลให้เหงือกและฟันแข็งแรง จึงจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่การมีฟันซี่แรก จนกระทั่งมีฟันแท้ครบ 32 ซี่  โดยต้องดูแลและถนอมฟันอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยให้ฟันแข็งแรง ร่วมกับ การดูแลทำความสะอาดฟันและแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอ อาหารที่ช่วยให้ฟันแข็งแรงมีดังนี้คะ

อาหารที่ช่วยให้ฟันแข็งแรง

อาหารเป็นปัจจัยแรกและปัจจัยสำคัญที่สุดต่อการเจริญเติบโตและเพิ่มความแข็งแรงของฟัน ตั้งแต่ การเริ่มสร้างฟันซี่แรกจนถึงซี่สุดท้าย และเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาสภาพความสมบูรณ์และความแข็งแรงของฟัน  ซึ่งอาหารที่ช่วยให้ฟันแข็งแรงมีดังนี้คะ

  1. อาหารที่มีแคลเซียล ( Calcium  ) เพราะแคลเซียม เป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูกและฟัน และดูแลสมดุลของร่างกายไม่ให้มีภาวะกรดมากเกินไป ซึ่งโดยปกติร่างกายจะเก็บแคลเซียมไว้ที่กระดูกสูงถึง 98 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเรารับประทานแคลเซียมไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย  ก็จะมีการดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ทำให้กระดูกบางลง ฟันเราก็จะบางลงด้วย เมื่อฟันบางลง สารเคลือบฟันที่ปกป้องเนื้อฟัน ก็จะบางลง ทำให้รับความรู้สึกมากขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้มีโอกาสฟันผุและเสียวฟันมากขึ้นและ ทำให้การบดเคี้ยวอาหารยากลำบากกว่าเดิม ดังนั้น การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับฟันและช่วยให้ฟันแข็งแรง ซึ่ง อาหารแคลเซียมสูง ได้แก่  นม นมถั่วเหลือง เต้าหู้ ถั่ว งา ปลาตัวเล็กๆหรือปลาที่รับประทานได้ทั้งกระดูก น้ำส้ม ผักใบเขียว เช่น คะน้า บรอกโคลี เป็นต้น

  1. อาหารที่มีแมกนีเซียม (Magnesium) เพราะแมกนีเซียม เป็นสารสำคัญที่ช่วยนำแคลเซียมไปเก็บไว้ที่กระดูกและฟัน ถ้าร่างกายขาดแมกนีเซียมก็จะไม่สามารถดึงเอาแคลเซียมเข้าไปสะสมได้  ที่สำคัญแมกนีเซียมยังเป็นสารสำคัญในการสร้างโปรตีนและช่วยรักษาสมดุลของระบบการทำงานต่างๆของร่างกายให้ปกติ  อาหารที่มีแมกนีเซียมสูงได้แก่ เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่วเมล็ดแห้ง ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสี ผักใบเขียว  และผลไม้สดๆ เช่น ส้ม สัปปะรด  และอาหารที่น่าสนใจและมีแมกนีเซียมสูงมาก คือ ถั่วอัลมอนด์ และ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น

  1. วิตามิน ดี (Vitamin D ) เป็นวิตามินที่ละลายในไขมันได้   โดยปกติร่างกายจะสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้เอง ด้วยการที่ผิวหนังสัมผัสกับแสงแดด เพราะรังสี UV จากแสงแดดจะทำปฏิกิริยากับน้ำมันที่ผิวหนัง ก่อให้เกิดการสร้างวิตามินดีซึ่งจะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกาย เราจึงเรียกวิตามินดีอีกชื่อว่า “วิตามินแดด”   นอกจากนี้ วิตามินดี จะได้รับจากอาหารที่เรารับประทานในแต่ละมื้อ อาหารที่มีวิตามินดี ได้แก่  นม และผลิตภัณฑ์จากนม น้ำมันตับปลา  ปลาซาร์ดีน  ปลาแซลมอน  ปลาทูน่า  เป็นต้น

นอกจากสารอาหารสำคัญหลักๆ 3 ชนิดแล้ว ในการสร้างความแข็งแรงของกระดูก และฟัน ยังมีสารอื่นๆ ในอาหารที่จะช่วยให้ร่างกายสามารถเพิ่มการใช้ แคลเซียม แมกนีเซียม และวิตามินดีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่

  • แร่ธาตุโบรอน (Boron) โดยปกติเมื่อร่างกายขาดแคลเซียล แมกนีเซียม วิตามินดี จะมีการสลายแคลเซียมที่กระดูกเพื่อนำออกมาใช้ แต่แร่ธาตุโบรอนจะช่วยลดการสลายแคลเซียมและ ช่วยลดการขับแคลเซียมออกจากร่างกาย  ช่วยคงสภาพของกระดูกไว้ ไม่ให้ผุกร่อน  แหล่งอาหารที่มี โบรอน จากธรรมชาติได้แก่ ผัก ผลไม้ เอปเปิ้ล กีวี ลูกพีช องุ่น อะโวคาโด ธัญพืช นมถั่วเหลือง มะเขือเทศ อัลมอนด์ บล๊อกโคลี่ กล้วยชนิดต่างๆ รวมถึง ไวน์ และน้ำผึ้ง เป็นต้น
  • วิตามิน เค (Vitamin K) ช่วยป้องกันกระดูกเปราะ และช่วยสร้างโปรตีนที่ช่วยในการสร้างกระดูก วิตามินเค มีส่วนสำคัญในการช่วยก่อตัวของกระดูกและการเรียงตัวของเนื้อกระดูกให้เป็นไปตามปกติ  หากขาดวิตามินเคอาจทำให้เกิดกระดูกงอกผิดปกติ  และอาจเกิดก้อนหินปูนในอวัยวะต่างๆ รวมถึงอาจก่อให้เกิดหลอดเลือดอุดตันในหัวใจหรือสมองได้ อาหารที่มีวิตามินเค พบมากในน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันตับปลา ตับหมู นมวัว เนยแข็ง โยเกิร์ต ไข่แดง น้ำเหลืองอ้อย (Molasse) น้ำมันดอกคำฝอยผักใบเขียวทุกชนิด ผักกระเฉด กะหล่ำปลี บร็อคโคลี่ มะเขือเทศ หน่อไม้ฝรั่ง อัลฟัลฟ่า สาหร่ายทะเล  เป็นต้น
  • ซิลิกา (Silica ) เป็นสารสำคัญที่ช่วยสร้างโครงสร้างร่างกายเช่นโครงกระดูก ฟัน เส้นเอ็น เอ็น กระดูกอ่อน เนื้อเยื่อ ผิว ผม และ เล็บขึ้นมาใหม่  ซิลิกาสามารถพบได้ในอาหาร ได้แก่ ถั่วงอก เปลือกของแตงกวา พริกยักษ์สีเขียว พริกยักษ์สีแดง และมันฝรั่ง เป็นต้น

การสร้างความแข็งแรงของฟันนั้น ต้องเริ่มต้นจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ตั้งแต่แรกเริ่มมีฟัน หลีกเลี่ยงการรับประทานที่ทำลายฟัน เช่น อาหารที่แข็งมากจนเกินไป น้ำอัดลม  อาหารรสเปรี้ยว เป็นต้น

การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อฟัน จะช่วยให้ฟันแข็งแรง และถนอมฟันให้อยู่กับเราไปนานๆ  หมั่นรักษาความสะอาดของฟันอย่างสม่ำเสมอ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และอย่าลืมแปรงลิ้นเพื่อกำจัดคราบจุลินทรีย์ด้วยทุกครั้ง  เป็นการป้องกันปัญหากลิ่นปาก ส่วนซอกฟันที่ไม่สามารถแปรงฟันได้ทั่วถึง ก็ควรใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดบริเวณซอกฟันอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง   ทำได้แบบนี้รับรองฟันจะสะอาด แข็งแรงและอยู่กับเราไปอีกนานคะ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here